RSS

ทิปเล็กน้อยก่อนสั่งทำผ้าม่าน

ข้อควรรู้เพิ่มเติมเล็กน้อยในการก่อนตัดสินใจทำผ้าม่าน

ก่อนการตัดสินใจทำผ้าม่านมีข้อความคำนึงถึงดังนี้

สีของผ้าม่าน ในการเลือกสีของผ้าม่านนั้นหลักสำคัญง่ายๆคือ เลือกตามความชอบของตัวเราเป็นเกณฑ์หลัก และ เรื่องของความเข้ากันของเฟอร์นิเจอร์เป็นเรื่องรอง
โดยผ้าม่านสีแนวเอิร์ธโทน ซึ่งเป็นสีที่เข้ากันกับสีอื่นๆได้ดีจะช่วยทำให้บรรยากาศของห้องดูสบายตาและช่วยทำให้การแต่งห้องของทำได้ง่ายขึ้น
ถ้าหากต้องการที่จะทำให้ห้องดูสว่างนั้นควรเลือกสีในโทนสีอ่อนโดยหลักการง่ายๆคือสีอ่อนจะสะท้อนแสงและยอมให้แส่งผ่านได้ดีกว่าสีเข้ม
เลือกผ้าสีเข้มหากช่องแสงมีขนาดไม่ใหญ่มากสีเข้มของผ้าจะตัดกับผนังซึ่งโดยทั่วไปจะสีขาวได้เป็นอย่างดีช่วยทำให้ตัวผ้าม่านดูโดนเด่น

c0212b

การเลือกใช้ผ้าโปร่งถือเป็นทางเลือกนึงซึ่งไม่จำเป็นนักเหมาะสำหรับท่านที่มีงบประมาณมากหน่อย เนื่องจากการติดผ้าโปร่งเพิ่มซ้อนกับผ้าทึบลงไปก็เหมือนเป็นการติดผ้าม่านเพิ่มอีกชุดหนึ่ง
ลักษณะที่เห็นได้ชัดในผ้าโปร่งคือเป็นผ้าบางๆสามารถมองผ่านตัวผ้าออกไปภายนอกได้ และมีส่วนช่วยในการกรองแสงและช่วยให้บรรยากาศของห้องดูนุ่มนวลมากขึ้น

c0714b

ควรใช้ผ้าม่านชนิดทึบแสงหรือไม่ ผ้าทึบแสงถือเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากเนื่องจากป้องกันแสงและความร้อนได้ดีเหมาะสำหรับคนที่ต้องการพักผ่อนยาวๆในตอนเช้า หรือห้องที่ไม่ต้องการแสงเช่นห้องที่ใช้ชมภาพยนตร์
แต่สำหรับบางห้องการจะเลือกผ้ากันแสงอาจทำให้ห้องดูอึดอัดได้ เพราะฉะนั้นการเลือกผ้าม่านแบบทึบก็ควรเลือกให้เหมาะสมกับห้องนั้นๆว่าต้องการแสงในขณะปิดม่านหรือไม่

r6061b

แบบผ้าม่านที่แนะนำ แบบผ้าม่านที่นิยมใช้กันจะมีอยู่ไม่มากเช่น ม่านจีบ ม่านพับ ม่านตอกตาไก่ ม่านลอน ม่านหลุยส์ ม่านคอกระเช้า สามารถเลือกได้ตามความชอบของคุณ แต่หากไม่ซีเรียสเรื่องแบบของผ้าม่าน

c0656b.jpg
ทางร้านแนะนำว่าควรจะใช้เป็นผ้าม่านจีบเนื่องจากง่ายต่อการดูแลรักษามากกว่าม่านชนิดอื่นๆ และเลือกใช้งานรางในระบบลูกล้อหรือรางตัวเอ็มซึ่งมีข้อดีกว่ารางโชว์ที่ความคล่องตัวในการใช้งาน
ส่วนม่านชนิดอื่นเช่นม่านตอกตาไก่หรือม่านคอกระเช้าม่าน2ชนิดนี้บังคับว่าต้องใช้ราวผ้าม่านเฉพาะรางโชว์เท่านั้นซึ่งความลื่นในการใช้งานต่างกับรางตัวเอ็มมากโดยเฉพาะม่านคอกระเช้าจะมีความฝืดของตัวผ้ากับตัวราวเป็นอย่างมาก

บทความโดย: ร้านผ้าม่านไทย http://www.pamanthai.com

 

ป้ายกำกับ: , , , ,

เลือกใช้ม่านให้เหมาะกับห้องทำงาน

เลือกใช้ม่านให้เหมาะกับห้องทำงาน

ม่านมีให้เลือกมากมายแต่การเลือกใช้ให้เหมาะสมกับบรรยากาศใน ห้องทำงาน มีส่วนช่วยให้ความรู้สึกของผู้ที่ทำงานให้อยากทำงานได้ด้วย เหตุผลหลักเป็นเรื่องของแสงที่ส่องผ่านมาทางหน้าต่างนั่นเอง เนื่องด้วยวัสดุที่ใช้ในการป้องกันแสงหรือกรองแสงก่อนผ่านมายังห้องคือผ้า ม่าน หากเราเลือกผ้าม่านที่่ทึบเกินไปอาจส่งผลให้เราง่วงได้ หรือ ถ้าเลือกผ้าที่ให้แสงผ่านได้มากเกินไปก็อาจส่งผลในเรื่องสมาธิในการทำงานได้

แล้วม่านชนิดไหนละที่เหมาะสมสำหรับใช้กับห้องทำงานของเรา
หากเป็นห้องทำงานภายในออฟฟิตการเลือกใช้ชนิดม่านที่ดูแลรักษาง่ายอย่างเช่น ม่านม้วน มู่ลี่ ม่านปรับแสงน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าเพราะวัตถุดิบที่ใช้ผลิตม่านพวกนี้จะ เป็นใยสังเคราะห์หรืออลูมิเีนียม อีกทั้งยังสามารถปรับระดับของแสงสว่างให้เข้ามาภายในห้องได้ตามต้องการในยาม ที่ต้องการแสงจากภายนอกหรือในยามที่ต้องการความเป็นส่วนตัวได้

4353.jpg
ม่านม้วน

4417.jpg
มู่ลี่

0412.jpg
ม่านปรับแสง

สำหรับห้องทำงานที่อยู่ภายในบ้านอาจเลือกใช้เป็นผ้าม่านชนิด ต่างๆเช่นผ้าม่านแบบจีบ ผ้าม่านพับ ผ้าม่านตอกตาไก่ โดยอาจจะเลือกสีของผ้าม่านและแบบให้เข้ากันกับห้องอื่นๆในตัวบ้าน ถ้าหากไม่ชอบม่านที่ทำมาจากผ้าก็สามารถที่จะเลือกใช้เป็นม่านม้วนหรือปรับ แสงที่ผลิตจากใยสังเคราะห์ หรือถ้ามีงบประมาณมู่ลี่ไม้ก็เป็นทางเลือกที่ีน่าสนใจเช่นกัน เนื่องจากไม่ต้องดูแลรักษามากกินฝุ่นน้อยโดยเฉพาะในส่วนของม่านม้วนที่ได้ รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

2671.jpg
ผ้าม่าน

3682.jpg
มู่ลี่ไม้

ในการตกแต่งห้องทำงานโดยมากจะเน้นความคล่องตัวในการใช้งานไม่ เกะกะ สำหรับคำแนะนำบางส่วนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นหวังว่าจะเป็น ประโยชน์และมีส่วนช่วยให้การเลือกม่านมาใช้ให้เหมาะสมช่วยเสริมให้บรรยากาศ ในห้องทำงานให้ทำงานได้ออกมาอย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา : http://www.ร้านขายผ้าม่าน.com/articles/เลือกใช้ม่านให้เหมาะกับห้องทำงาน.html

 

ป้ายกำกับ: , , , ,

การเลือกซื้อพรมสำหรับห้องรับแขก

ก่อนที่คุณจะเลือกซื้อพรมมาตกแต่งห้องรับแขกของคุณ ก็มักจะคำถามเกิดขึ้นมาก่อนเสมอใช่ไหมคะ ว่าจะเลือกวัสดุพรมแบบไหนดี? หรือจะใช้พรมสีไหนดี? เพื่อให้ดูกลมกลืนกับห้องรับแขกของคุณ หลังจากวันนี้ไปคุณก็ไม่ต้องกังวลแล้วล่ะค่ะ เพราะวันนี้กระปุกดอทคอมได้นำวิธีเลือกพรมสำหรับตกแต่งห้องรับแขกของคุณมาฝากกัน จะมีเคล็ดลับการเลือกซื้อพรมให้โดนใจคุณ และตรงกับคอนเซปต์ของห้องคุณได้อย่างไรนั้น ลองไปดูกันเลยดีกว่า

carpet-001

1. คอนเซปต์ห้องรับแขก

ก่อนตัดสินใจซื้อพรมมาตกแต่งห้องรับแขกของคุณนั้น ควรพิจารณาจากส่วนประกอบอื่น ๆ ให้ตรงตามคอนเซปต์ของห้องรับแขกที่วางไว้ คุณควรดูสไตล์ของห้อง สีห้อง การตกแต่งอื่น ๆ แล้วคิดแบบพรมเอาไว้ในใจ เพราะจะทำให้คุณสามารถระบุลาย สี และแบบของพรมที่คุณจะซื้อได้ง่ายกว่าไปตัดสินเลือกแบบที่หน้าร้านเลย เช่น ห้องรับแขกธีมสีขาว คุณอาจจะเลือกซื้อพรมที่มีสีขาว เพื่อให้กลมกลืนกันทั้งห้อง หรือ ลองเล่นสีตัดกันด้วยการใช้พรมสีอื่น จะได้ทำให้ห้องรับแขกของคุณมีจุดเด่นมากขึ้น แต่ถ้าหากห้องของคุณเป็นสีอื่น ๆ ที่ไม่ใช่สีขาว เช่น สีฟ้า คุณอาจจะเลือกซื้อพรมสีฟ้าในคนละเฉดกัน มาเพิ่มความมีมิติให้กับห้องรับแขกก็ได้นะคะ

2. สี

สิ่งที่คุณควรคำนึงถึงเป็นอันดับต้น ๆ ก่อนจะตัดสินใจซื้อพรม คุณควรคำนึงถึงพื้นที่ภายในห้องรับแขกของคุณ และบรรยากาศโดยรวมในห้องรับแขกในบ้านของคุณด้วย ซึ่งถ้าหากคุณอยากให้ห้องรับแขกของคุณกว้างและสว่างมากขึ้น คุณก็ควรเลือกใช้พรมโทนสีสว่างเข้าไว้ อย่างเช่น สีขาว ครีม พรมสีขาว พรมสีครีม หรือจะเลือกพรมโทนสีสด ๆ  เช่น พรมสีเหลือง หรือพรมสีฟ้าก็ได้ เพราะสีเหล่านี้จะช่วยลวงตาให้ห้องรับแขกของคุณดูกว้างและสดใสมีชีวิตชีวาขึ้น

3. สภาพแวดล้อม

ลองดูว่าคุณอยู่ใกล้กับสถานที่ที่ก่อให้เกิดฝุ่นละอองได้ง่าย เช่น ใกล้ถนน หรือสถานที่ก่อสร้าง บ้างหรือเปล่า แล้วบ้านของคุณมีสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข หรือ แมว บ้างไหม ถ้าคุณเลี้ยงสัตว์เลี้ยงมีขนเหล่านี้ คุณก็ไม่ควรเลือกพรมสีเข้ม ๆ อย่างสีดำ สีน้ำเงินเข้ม เพราะจะทำให้เห็นรอยฝุ่น หรือรอยขนสัตว์ได้ง่าย ลองเลือกซื้อพรมสีกลาง ๆ ที่ไม่เข้มหรือไม่อ่อนจนเกินไป จะทำให้ดูแลรักษาความสะอาดได้ง่ายกว่า

4. ราคา

ราคาพรมส่วนใหญ่ที่ติดไว้จะเป็นราคาดิบ ฉะนั้นคุณควรถามให้แน่ใจด้วยว่านอกจากราคาพรมแล้วยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีกหรือไม่ อย่างเช่น ค่าจัดส่ง ค่าติดตั้ง ค่าอุปกรณ์ติดตั้ง หรือค่าเคลื่อนย้ายสิ่งของก่อนติดตั้ง เพราะควรทำความเข้าใจและสอบถามราคารวมให้แน่ใจก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ นอกจากนี้คุณควรพิจารณาจากระยะเวลาและเงื่อนไขของการรับประกันสินค้าด้วย

5. ลักษณะภายนอก

สิ่งที่คุณควรดูก่อนเลือกซื้อพรมก็คือ ลักษณะของเส้นพรมว่ามีความหนามากน้อยเพียงใด โดยพรมที่ดีนั้นควรมีเส้นไหมอย่างน้อย 3-4 เส้นไหม ต่อ 1 เส้นพรม และดูจากความหนาแน่นในการทอเส้นพรม ซึ่งดูได้จากความห่างของเส้นพรม ถ้าแทบไม่มีช่องว่างเลยถือว่าเป็นพรมที่มีคุณภาพสูง ที่สำคัญก็อย่าลืมดูน้ำหนักพรมด้วยนะคะ ปกติแล้วที่หน้าร้านก็จะบอกน้ำหนักรวม กับ น้ำหนักสุทธิ ก็ให้คุณดูที่น้ำหนักสุทธิเป็นหลัก ถ้าพรมผืนนั้นมีน้ำหนักสุทธิสูง ก็แสดงว่ามีคุณภาพสูงด้วย

6. วัสดุ

ทุกวันนี้พรมนั้นถูกผลิตขึ้นจากวัสดุที่หลากหลายให้เราได้เลือกซื้อ เช่น พรมขนสัตว์ พรมที่ทอจากฝ้าย พรมใยสังเคราะห์ พรมไนล่อน หรือพรมอะคริลิค ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับความชอบในผิวสัมผัสและความสวยงามของพรมที่ผลิตจากวัสดุแต่ละชนิด แต่อีกสิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงก็คือ ลักษณะของพรม โดยแบ่งออกได้ดังนี้

– พรมขนห่วง ลักษณะปลายของเส้นพรมจะยึดติดกับผืนผ้าไว้ทั้งสองข้าง ซึ่งพรมชนิดนี้ก็จะมีความหนาแน่นของเส้นใยมากกว่า ทำให้แข็งแรง คงทน และใช้ได้นาน

– พรมขนตัด ปลายด้านบนของเส้นพรมจะถูกตัดออกจากกัน ซึ่งถึงแม้พรมชนิดนี้จะไม่ทนทานเท่าพรมขนห่วง แต่สัมผัสของพรมก็นุ่มสบายเท้ากว่าพรมขนห่วงมาก

เมื่อรู้เคล็ดลับการเลือกพรมกันไปแล้ว หวังว่าเคล็ดลับนี้จะช่วยให้คุณเลือกซื้อพรมสำหรับห้องรับแขกของคุณได้ง่ายขึ้นนะคะ

บทความดีๆจาก กระปุกดอทคอม

 

ป้ายกำกับ: ,

รู้จักอิทธิพลของสีต่ออารมณ์…ก่อนทาสีบ้าน

รู้จักอิทธิพลของสีต่ออารมณ์…ก่อนทาสีบ้าน (By:Modern Mom)
เรื่อง : ไตรระลึก

ประโยชน์ทางตรงของการทาสีบ้านก็คือ ความสวยงามที่ตอบสนองความต้องการของเจ้าของบ้านออกมาตามสีต่าง ๆ แต่รู้หรือไม่ว่าสีทำได้มากกว่านั้น นอกจากสร้างความรู้สึกให้ห้องกว้าง หรือห้องแคบแล้ว สีนับว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ส่งผลต่ออารมณ์ของผู้ที่อยู่ในบ้านได้อีกด้วย แต่ ช้าก่อน…ก่อนจะตัดสินใจเลือกสีทาบ้าน ต้องเข้าใจกันก่อนค่ะว่ากลุ่มสีไหนนั้นให้อารมณ์แบบไหน โดยทั่วไปเราสามารถแบ่งโทนสีออกได้เป็น 2 กลุ่มคือ

กลุ่มสีโทนเย็น

เป็นกลุ่มสีที่ให้ความรู้สึกสดชื่น สงบผ่อนคลายสบายใจ และช่วยคลายเครียด ความกังวล สีโทนเย็นจึงเหมาะกับห้องที่ใช้พักผ่อนและใช้ความคิดเป็นอย่างมากสีในกลุ่ม นี้ได้แก่

สีเขียว

สีที่ให้ความรู้สึกร่มรื่น สบายตา ผ่อนคลาย ปลอดภัย กระตุ้นให้เกิดความหวังและความสมดุล พลังของสีเขียวสามารถทำให้ประสาทตาผ่อนคลาย และความดันโลหิตของเราลดลงได้ ทั้งยังช่วยผ่อนคลายระบบประสาท

เหมาะสำหรับ : ห้องโถง ห้องนอน ห้องนั่งเล่น

สีน้ำเงิน

สีแห่งความสุขุม เยือกเย็น แต่หนักแน่น และละเอียดรอบคอบ พลังของสีน้ำเงินช่วยให้ระบบหายใจของเราเกิดความสมดุลและแข็งแรงขึ้น ใช้ในการรักษาโรคความดันโลหิตสูง และคลายความเหงา อีกทั้งยังช่วยในการสร้างแรงบันดาลใจได้ดีอีกด้วย

เหมาะสำหรับ : ห้องทำงาน ห้องอ่านหนังสือ

สีฟ้า

สีที่ให้ความรู้สึกสงบเยือกเย็น เป็นอิสระ ปลอดโปร่ง โล่งสบาย ช่วยให้ใจเย็นและระงับความกระวนกระวายในใจได้ดี พลังของสีฟ้ายังช่วยในการรักษาอาการของโรคปอด ลดอัตราการเผาผลาญพลังงาน รักษาอาการเจ็บคอ และทำให้ชีพจรของเราเต้นเป็นปกติ

เหมาะสำหรับ : ห้องน้ำ ห้องนอน ห้องนั่งเล่น

กลุ่มสีโทนร้อน

ทำให้เกิดความรู้สึกมีพลัง เร่าร้อน กระตือรือร้น และกระฉับกระเฉง เสริมสร้างพลังและแรงกระตุ้นในการทำสิ่งต่าง ๆ ในทางจิตวิทยา สีโทนร้อนจะช่วยกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกเจริญอาหาร ทำให้เกิดความหิว และกระตุ้นให้มีชีวิตชีวาอยู่เสมอ สีในกลุ่มนี้ได้แก่

สีแดง

สีแรงฤทธิ์ที่กระตุ้นระบบประสาทได้รุนแรงที่สุด สร้างความรู้สึกเร้าใจ ตื่นเต้น ท้าทาย ตื่นตัว พลังของสีแดงจะกระตุ้นพลังชีวิตให้มีความเข้มแข็ง กระตือรือร้นและมีชีวิตชีวา เมื่อใดก็ตามที่รู้สึกท้อแท้หมดกำลังใจ ลองสวมใส่เสื้อผ้าสีแดง ทาปากสีแดง รองเท้า หรือกระเป๋า พลังของสีแดงจะช่วยกระตุ้นให้คุณเกิดความมั่นใจในตัวเองขึ้นมาได้ แต่หากไม่ชื่นชอบสีแดง อาจจะลองเปลี่ยนเป็นสีส้มดูก็ได้

เหมาะสำหรับ : ห้องน้ำ ห้องโถง และห้องทำงาน (อาจจะไม่ทาสีแดงทั้งห้องใช้เป็นสีตัดกับสีพื้น)

สีม่วง

สีแห่งผู้รู้ ช่วยให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย กระตุ้นให้เกิดแรงบันดาลใจ และสร้างความสงบในจิตใจได้เป็นอย่างดี พลังของสีม่วงยังช่วยให้สมองของเราสงบ และเกิดสมาธิ เมื่อคุณต้องขบคิดกับปัญหาที่ยังไม่สามารถหาทางออกได้ การนำสีม่วงเข้ามาประยุกต์ใช้กับข้าวของเครื่องใช้ที่อยู่รอบตัวคุณจะทำให้ คุณสามารถตัดสินใจกับเรื่องต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น

เหมาะสำหรับ : ห้องอ่านหนังสือ ห้องทำงาน ห้องนั่งเล่น หรือห้องพระ

สีส้ม

สีแห่งความสร้างสรรค์ อบอุ่น สดใส สร้างสติปัญญาความทะเยอทะยานที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง แต่เป็นพลังที่มีความระมัดระวังอยู่ นอกจากนี้สีส้มในทางจิตวิทยาจะช่วยบรรเทาอาการซึมเศร้าได้ หากต้องการเรียกพลัง ความกระตือรือร้นในชีวิตให้กลับคืนมา หรือพลิกฟื้นความสนุกสนานให้กับบ้านหลังน้ำท่วม สีส้มก็เป็นอีกสีที่แนะนำ

เหมาะสำหรับ : ห้องกินข้าว ห้องนั่งเล่น ห้องอ่านหนังสือ

สีเหลือง

สีแห่งความสนุกสนาน ความฉลาดรอบรู้ ความสดใสร่าเริง และทำให้มีอารมณ์ขัน พลังของสีเหลืองยังช่วยกระตุ้นให้ระบบการทำงานของลำไส้เป็นไปตามปกติ ช่วยปรับสมดุลของระบบทางเดินอาหาร ทำให้ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้น และยังสามารถใช้เยียวยาอาการท้อแท้ หดหู่ และหมดกำลังใจ

เหมาะสำหรับ : ห้องครัว ห้องกินข้าว ห้องนั่งเล่น

Tips :

ห้องนอนคุณแม่ตั้งครรภ์

ควรเลือกทาสีฟ้า สีชมพู หรือสีในกลุ่มโทนสีเย็น เพราะจะช่วยให้คุณแม่รู้สึกผ่อนคลาย และมีความอบอุ่นในระหว่างที่นอนหลับด้วยค่ะ

ห้องนอนลูก

ควรใช้เฉดสีที่สดใส มีชีวิตชีวา เพื่อเพิ่มความรู้สึกที่ร่าเริง และจินตนาการให้แก่เด็ก เช่น สีเหลืองสด หรือสีแดง เป็นต้น

ความ มหัศจรรย์ของการใช้สีปรับอารมณ์ไม่จำเป็นต้องเป็นสีทาผนังเท่านั้นนะคะ คุณยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับสิ่งของได้อีกด้วย เช่น การใช้โซฟาสีฟ้า หรือสีเขียวอ่อน จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้น

 

ขอขอบคุณบทความดีๆจาก http://www.modernmommag.com

 

ป้ายกำกับ: ,

การวางแผนสำหรับการตกแต่งห้อง

ถ้าหากคุณต้องการที่จะตกแต่งหรือต่อเติมบ้านหรือห้องของคุณ แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มยัง ก่อนที่คุณจะเริ่มลงมือคุณควรจะเข้าใจว่ามีสิ่งใดที่เกี่ยวข้องและจะทำให้ สำเร็จอย่างไร แผนการคร่าวๆที่คุณควรจะมี

  • ถามตัวเองว่าอะไรที่คุณต้องการจะทำให้สำเร็จ มันเป็นแค่การตกแต่งเพิ่มเติม หรือเป็นการเปลี่ยนทั้งหมด
  • ตัดสินใจดูว่าคุณต้องการที่จะดีไซน์หรือออกแบบเอง หรือจะจ้างผู้เชี่ยวชาญรวมถึงผู้รับเหมา
  • ตั้งงบประมาณคร่าวๆสำหรับการตกแต่ง การวางงบประมาณนั้นก่อนอื่นคุณต้องแจกแจงว่าอุปกรณ์ที่ต้องใช้มีอะไรบ้าง อาจจะแวะตามร้านค้าหรือห้างสรรพสินค้า โฮมเซ็นเตอร์ ร้านเฟอร์นิเจอร์ เพื่อเปรียบเทียบและสำรวจทั้งสินค้าและราคา การพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญก็สามารถช่วยให้ประเมินราคาคร่าวๆได้เช่นกัน
  • เขียนผังห้อง ตำแหน่งสิ่งของหรือเฟอร์นิเจอร์ไว้ ถ้าคุณเห็นภาพในแม็กกาซีนสวยๆ ก็จัดเก็บไว้ได้เช่นกัน
  • รูปแบบ(Theme) ของห้องคุณเป็นอย่างไร สีที่ใช้เป็นโทนไหน
  • แสงภายในห้องคุณจะใช้ประเภทใด จุดไหนที่คุณต้องการจะติดตั้งไฟ
  • การใช้งานภายในห้องคุณใช้มากน้อยเพียงใด ถ้าห้องถูกใช้งานมากๆ คุณอาจจะต้องเพิ่มงบประมาณกับอุปกรณ์บางชนิดที่ใช้บ่อยๆ
  • สิ่งสำคัญที่สุดคือใส่ความเป็นตัวคุณลงไปในห้อง เพราะทุกสิ่งที่คุณเลือกสำหรับห้องคุณควรจะเป็นสิ่งที่คุณรักและสะท้อนความเป็นคุณได้
ตกแต่งห้องด้วยผ้าม่านสวยหรู

ตกแต่งห้องด้วยผ้าม่านสวยหรู

ขอขอบคุณบทความดีๆจากนิตยสาร บ้านและสวน

 

ป้ายกำกับ: