RSS

ไอเดียแต่งห้องขนาดเล็ก

ใครว่าคุณจำเป็นต้องมีพื้นที่กว้าง ๆ ถึงจะจัดบ้านให้สวยถูกใจได้เสมอไป บอกไว้เลยว่าไม่จำเป็นหรอกค่ะ เพราะถ้าหากคุณรู้เทคนิคดี ๆ แล้ว แม้บ้านขนาดจำกัดก็สามารถตกแต่งให้ออกมาสวยน่ามองได้เหมือนกัน แถมเรื่องความสะดวกสบายยังไม่แพ้ใครอีกด้วย ไม่เชื่อก็ลองไปดูเทคนิคจัดบ้านสำหรับห้องขนาดเล็กที่กระปุกดอทคอมนำมาฝากกันวันนี้ดูเลยจ้า

1. ใช้โต๊ะทำงานตัวเดียวก็พอ

ไม่ว่าใครก็อยากมีโฮมออฟฟิศไว้ใช้ทำงานที่บ้านทั้งนั้นแหละ จได้มีพื้นที่ให้คุณทำงานได้สะดวกเวลาที่ต้องเอางานกลับมาทำที่บ้าน แต่พื้นที่แคบ ๆ นี่สิ ที่ไม่เป็นใจให้คุณได้จัดโฮมออฟฟิศตามใจอยากเอาเสียเลย อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องกังวลไปหรอก เพราะต่อให้คุณมีพื้นที่จำกัดแค่ไหน ก็สามารถจัดโฮมออฟฟิศของตัวเองได้เหมือนกัน โดยคุณเพียงแค่มองหาโต๊ะเก๋ ๆ ขนาดกะทัดรัดสักตัวมาใช้ และเอาชั้นติดกำแพงที่แข็งแรงหน่อยมาติดเพื่อทำเป็นชั้นวางเอกสารก็เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้หากต้องการที่ใส่เอกสารเพิ่ม อาจใช้พื้นที่ใต้โต๊ะให้เป็นประโยชน์ด้วยการหาลิ้นชักมาวางเพิ่มดูก็ได้นะ

2. มองหาราวแขวนมาติดในห้องครัว

เข้าใจดีว่าแค่ที่ในลิ้นชักหรือใต้เคาน์เตอร์ไม่พอให้คุณใส่อุปกรณ์ทำครัวได้ทั้งหมดหรอก โดยเฉพาะคนที่มีบ้านแคบ ๆ ซึ่งพื้นที่จำกัดอยู่แล้ว ดังนั้นคุณจึงควรใช้พื้นที่ให้คุ้มค่ามากขึ้น ด้วยการมองหาราวแขวนเก๋ ๆ มาติดไว้ในห้องครัวเพื่อใช้แขวนพวกเครื่องครัวชิ้นเล็ก ๆ เช่น ตะหลิว หรือ ทัพพี ดู จะได้ประหยัดที่และไม่ทำให้เครื่องครัวพวกนี้อับชื้นอยู่ในตู้จนเสื่อมสภาพเร็วด้วย ถ้าจะให้ดีควรติดไว้ในที่สูง ๆ ซึ่งเด็กหยิบไม่ถึงด้วยนะคะ จะได้ไม่เกิดอันตราย

3. เลือกเคาน์เตอร์พร้อมที่วางจาน

แทนที่จะใช้ที่คว่ำจานวางบนเคาน์เตอร์แบบเดิม ๆ ให้กินที่ ก็สู้เลือกใช้เคาน์เตอร์ติดผนังแบบมีที่สำหรับแขวนจานไปเลยดีกว่า เพราะจะได้ไม่ต้องเก็บจานไว้ใต้เคาน์เตอร์หรือตามลิ้นชักให้เหม็นอับและสิ้นเปลืองเนื้อที่ต่อไปอีก นอกจากนี้ยังช่วยให้คุณได้โชว์จานสวย ๆ เป็นของตกแต่งห้องครัวไปในตัวอีกด้วย เห็นไหมล่ะว่ามีแต่คุ้มกับคุ้ม

4. ใช้กระจกเข้าช่วย

พวกเฟอร์นิเจอร์กระจกใสดีไซน์บางเบาจะช่วยให้ห้องดูโปร่งสบายขึ้นอีกเยอะ ดังนั้นคุณควรหันมาใช้โต๊ะรับแขกเป็นโต๊ะกระจกที่มีชั้นสำหรับวางของด้วยจะดีกว่า จะได้มีที่พอสำหรับใส่พวกหนังสือที่คุณรักและทำให้ห้องดูกว้างขึ้นด้วยในเวลาเดียวกัน ยิ่งไปกว่านั้นถ้าใครจะเอากระจกเงามาติดที่กำแพงเพื่อเพิ่มแสงสว่างให้ห้องดูกว้างขึ้นไปอีกก็เป็นไอเดียที่ไม่เลวเหมือนกันนะ

5. แต่งกำแพงด้วยรูปเก๋ ๆ

ผนังที่ว่างโล่งไร้สีสันจะทำให้ห้องของคุณดูอุดอู้ไม่น่าอยู่ยิ่งขึ้นไปอีก ผิดกับการมองหารูปสวย ๆ มาติด ซึ่งจะทำให้ห้องดูมีชีวิตชีวาขึ้นทันตาเห็นเลยล่ะ ทั้งนี้ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับการติดรูปตรงเป๊ะแบบเดิม ๆ ก็ได้นะ เพราะการเอารูปขนาดต่าง ๆ กันมาติดปนกันแบบที่กำลังฮิตอยู่ช่วงนี้ ก็ช่วยให้ห้องดูสดใสแถมยังแหวกแนวน่าสนใจไปอีกแบบได้เหมือนกัน ซึ่งรูปที่ว่าจะเป็นรูปถ่ายกับเพื่อน ภาพวาดสวย ๆ หรือแม้กระทั่งของที่ระลึกก็ได้ตามใจชอบเลย

ทั้งนี้นอกจากการจัดวางเฟอร์นิเจอร์แล้ว เรื่องแสงก็สำคัญด้วยเหมือนกัน เพราะฉะนั้นอย่าลืมดูแลให้แสงสว่างในห้องทั่วถึงเพื่อให้ห้องดูโปร่งสบายน่าอยู่มากขึ้นด้วยนะคะ

BY:kapook.com

 

ป้ายกำกับ:

แต้มสีให้บ้านสวย

หลายคนมีไอเดียดีๆในการตกแต่งบ้าน แต่อาจยังไม่กล้าลงมือทำด้วยตัวเอง เพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี “มุมบ้านสวย” ในวารสาร “PS Magazine” ของบริษัท พฤกษา เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) แนะวิธีเนรมิตบ้านใหม่ให้คุณ

เริ่มต้นด้วยการเปลี่ยนสีห้อง ซึ่งเป็นวิธีที่เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดที่สุด ถ้าเป็นห้องนั่งเล่นส่วนรวมของบ้าน แต่อย่าลืมขอความเห็นของสมาชิกในครอบครัวเสียก่อน เพราะนอกจากจะไม่ขัดแย้งกันเรื่องสีแล้ว ยังจะได้แรงงานเพิ่มเติมในการยก ย้าย เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ด้วย มีข้อคิดว่าถ้าจะใช้สีสดให้ดูดีควรทาเพียง 1 ใน 3 หรือ 1 ใน 4 ของพื้นที่ห้องทั้งหมดเพื่อให้ดูสบายตา

คุณสมบัติ 4 อย่างของห้องนั่งเล่นสุขภาพดี คือ สว่าง โล่ง โปร่ง และสบาย จึงควรเลือกใช้สีโทนกลางอ่อนๆ สำหรับผนังห้องแทนสีสด ถ้าคุณชอบสีสดใสควรเลี่ยงไปใช้วิธีแต่งแต้มด้วยหมอนอิงสีสวย หรือใช้แสงไฟส่องลงบนของแต่งบ้านสีสด จะดีกว่าการทาผนังด้วย สีสด

แต่ถ้าเป็นห้องนอนส่วนตัว และไม่สามารถที่จะเปลี่ยนสีได้ทั้งห้อง ก็ลองเปลี่ยนสีผนัง ข้างที่คุณต้องมองเห็นบ่อยที่สุด เพื่อสร้างมุมมองที่แปลกตาออกไปกว่าทุกวัน

การเลือกสีให้กับห้องควรดูความ เหมาะสม เช่น ห้องนอน ควรเป็นสีที่สบายตาชวนพักผ่อน สายตาที่หลับมานานกว่า 6-8 ชั่วโมง ตื่นมาก็ควรพบกับสีอ่อน เดี๋ยวนี้ที่ร้านค้าผู้แทนจำหน่ายสีรายใหญ่ๆ จะมีโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้คุณลองผสมสีได้ตามใจด้วย

ง่ายขึ้นมาหน่อย ก็คือ การเปลี่ยนสีเฟอร์นิเจอร์หลักๆ ของห้อง ถ้าห้องนอนก็อาจจะเป็นตู้เสื้อผ้า หรือชั้นวางของที่คุณต้องใช้เป็นประจำ หรือหาโคมไฟ แจกัน หรือพรมประจำห้องผืนใหญ่มาเปลี่ยน แต่มีข้อควรระวังว่าพรมที่ใช้ไม่ควรมีขนาดใหญ่มากนัก เพื่อลดการสะสมความร้อนและฝุ่นที่เป็นบ่อเกิดของโรคภูมิแพ้

ถ้ามีงบ ประมาณมากหน่อยก็ลองเลือกเปลี่ยนสีผ้าม่าน โดยเฉพาะพื้นที่อากาศร้อนแบบบ้านเราใช้ม่านสีอ่อน เพื่อให้กระทบแดดแล้วไม่แสบตา จะช่วยให้บ้านเย็นสบายขึ้นด้วย สีที่ใช้อาจจะเป็นสีขาวฟ้า ส้มอ่อน เหลืองอ่อน หรือจะตกแต่งผนังด้วยวอลเปเปอร์ ซึ่งนอกจากจะได้สีสันใหม่ๆ แล้ว ยังช่วยในการปกปิดรอยชำรุดและสิ่งสกปรกต่างๆ ด้วย

ผ้าม่านสีอ่อนให้ความรู้สึกเย็นสบายตา

ผ้าม่านสีอ่อนให้ความรู้สึกเย็นสบายตา

หลังจากแต่งแต้ม สีสันต่างๆ ตามใจชอบแล้ว ถ้าสามารถเพิ่มมุมสวนเล็กๆ ไว้ด้วยเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ช่วยคลายเครียดได้ในเวลาเหนื่อยๆ หรือหาตู้ปลา หรือโถใส่ปลาสวยงามเพิ่มเติมให้มีชีวิตชีวาขึ้นก็ดี เพิ่มความใกล้ชิดธรรมชาติยิ่งขึ้นอีก

แถมท้ายว่าถ้าคุณแม่บ้านสนใจจะ เปลี่ยน แปลงห้องครัวให้แปลกตาไป แค่เปลี่ยนบานตู้ในห้องครัวก็ช่วยได้แล้ว เดี๋ยวนี้เขามีบานตู้เดี่ยวๆ ขายแยกชิ้นเลือกสีสันและลวดลายได้ตามใจชอบ แต่มีข้อแม้ว่าตู้ของคุณจะต้องมีขนาดมาตรฐานตามที่กำหนดไว้

วิธีการง่ายๆ เหล่านี้ น่าจะพอช่วยสร้างสีสันและพาคุณหลุดพ้นจากความจำเจในบ้านได้ไม่ยากนัก ถือเป็นการฉลองครึ่งทางของปีนี้

BY: ไทยโฮมมาสเตอร์

 

ป้ายกำกับ: , , , , ,

เทคนิคจัดบ้านให้สวยและประหยัด

การจะจัดบ้านให้ออกมาได้ดั่งใจนั้น แค่ความสวยอย่างเดียวคงไม่พอแน่นอน เพราะความสะดวกสบายก็สำคัญเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้นค่าใช้จ่ายยังเป็นสิ่งที่คุณไม่สามารถมองข้ามไปได้อีกด้วย เพราะ ฉะนั้นการจัดบ้านให้สวย สะดวก และประหยัดด้วยในเวลาเดียวกัน จึงจะเรียกว่าสวยสมบูรณ์แบบจริง ๆ ซึ่งการจะจัดห้องต่าง ๆ ให้ได้ตามนั้นก็ไม่ใช่เรื่องยากนักหรอก ไม่เชื่อลองทำตามเคล็ดลับที่กระปุกดอทคอมนำมาฝากกันดูสิคะ

1. ตกแต่งมุมทำงานให้ดูสดใส

เพื่อให้มุมทำงานของคุณดูไม่จืดชืดน่าเบื่อจนเกินไป ก็ควรจัดโต๊ะทำงานให้ดูสดใสขึ้นอีกนิดเพื่อให้คุณรู้สึกกระตือรือร้นอยากทำ งานมากขึ้น ด้วยการจัดโต๊ะไว้ข้างหน้าต่างให้แสงเข้าถึงได้เต็มที่ และตกแต่งผนังให้สดใสเข้าไว้ด้วยการทาสีหรือเลือกติดวอลเปเปอร์ที่ดูมีสีสัน นอกจากนี้ เพื่อให้มีที่พอใส่เอกสารต่าง ๆ ก็ควรติดชั้นวางของติดผนังไว้ใกล้ ๆ ด้วย จะได้หยิบของใช้ต่าง ๆ ได้สะดวก แถมวิธีนี้ยังช่วยให้คุณประหยัดทั้งเงินค่าไฟในกระเป๋าและพื้นที่ในห้องอีก ด้วยนะ

2. มองหาโต๊ะมาวางหลังโซฟา

ของในบ้านที่รกเกะกะไม่มีที่เก็บ แทนที่จะปล่อยด้านหลังโซฟาให้ว่างโล่งอยู่เฉย ๆ ก็ลองเอาโต๊ะกาแฟมาวางไว้ด้านหลังโซฟาของคุณดูจะดีกว่า จะได้ใช้เก็บวางข้าวของชิ้นเล็กชิ้นน้อยสำหรับตั้งโชว์ จะได้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการหาตู้เก็บของ แถมยังทำให้พวกของตั้งโชว์ดูโดดเด่นขึ้นได้อีกด้วย

3. เคลียร์ห้องนอนไม่ให้รก

ห้องที่ไว้ใช้พักผ่อนทุกวันอย่างห้องนอน หากรกขึ้นมาคงทำให้คุณนอนหลับไม่ได้เต็มอื่นและรู้สึกเหนื่อยหน่ายมากขึ้น อีก เพราะฉะนั้นควรจัดให้มีระเบียบเข้าไว้ ด้วยการจัดตู้เสื้อผ้าให้เรียบร้อยอยู่เสมอ และมองหากล่องหรือเก้าอี้ที่ใช้เก็บของได้มาวางไว้ปลายเตียง จะได้ใช้เป็นที่ใส่พวกผ้าปูเตียงสำหรับเปลี่ยนไปในตัว นอกจากนี้คนรักการอ่านทั้งหลายอาจมองหาชั้นติดผนังมาติดเพิ่ม เพื่อไว้ใช้วางหนังสือเล่มโปรดของตัวเองด้วยก็ได้นะ จะช่วยประหยัดงบในการซื้อตู้เพิ่มด้วยยังไงล่ะ

4. จัดห้องซักรีดให้มีสีสัน

แม้ว่าห้องนี้จะไม่ใช่ห้องที่แขกเข้ามาบ่อย ๆ แต่ก็เป็นห้องที่คุณต้องใช้เวลารีดผ้านาน ๆ อยู่ทุกวัน เพราะฉะนั้นการตกแต่งให้สดใสเข้าไว้จึงถือเป็นสิ่งสำคัญมาก จะได้ไม่รู้สึกเบื่อหน่ายทันที่เดินเข้ามาในห้อง คุณจึงควรใช้สีสด ๆ เช่น สีเขียว ฟ้า หรือแดง มาเป็นสีหลัก แล้วจัดข้าวของให้มีระเบียบอยู่เสมอ เชื่อเถอะว่าเพียงแค่แปลงโฉมห้องใหม่แค่นี้ก็จะทำให้การซักผ้าของคุณไม่น่า เบื่ออีกต่อไปแล้วล่ะ ถ้าอยากให้ประหยัดงบอีกหน่อยก็ลองเริ่มจากการเปลี่ยนผ้าม่านหรือของตกแต่งดู ก่อนก็ได้


5. ใช้พื้นที่ใต้บันได้ให้เป็นประโยชน์

การปล่อยพื้นที่ใต้บันไดไว้เฉย ๆ จะทำให้คุณเสียพื้นที่วางของเพิ่มไปเสียเปล่า ๆ ดังนั้นดัดแปลงที่ใต้บันไดของคุณให้เป็นชั้นวางของแบบบิวท์อินแล้วเอาพวกของ โชว์สวย ๆ ไปวางให้โดดเด่นขึ้นจะดีกว่า หรือถ้าคนรักการอ่านคนไหนจะเอาหนังสือเล่มโปรดของตัวเองไปวางดูบ้างก็เป็นไอ เดียที่ไม่เลวเหมือนกัน จะช่วยประหยัดพื้นที่ได้มาก

6. ใช้โต๊ะแทนเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า

หากคุณต้องการอ่างล้างหน้าหรู ๆ ดูมีระดับ แถมยังใส่ของได้จุใจ แต่ไม่อยากเสียเงินซื้อเคาน์เตอร์แพง ๆ ก็ลองเปลี่ยนมาใช้โต๊ะธรรมดา ๆ แทนก็ได้ โดยคุณเพียงแค่ติดอ่างล้างหน้าไว้เหนือโต๊ะให้ดูเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเดียว กัน เท่านี้ก็ดูหรูหราลงตัวได้ง่าย ๆ แล้วล่ะ ทั้งนี้ถ้าใครอยากประหยัดขึ้นไปอีก อาจซื้อโต๊ะมือสองมาใช้แทนแล้วทาสีใหม่ก็ได้นะ

7. ติดชั้นวางจานไว้ในห้องครัว

คุณควรมองหาชั้นวางของติดผนังสวย ๆ ที่มีช่องไว้สำหรับวางจานมาไว้ในห้องครัวด้วย จะได้มีที่ใส่จานเพิ่มโดยไม่ต้องเปลืองพื้นที่มากนัก แถมยังช่วยให้คุณได้อวดจานเก๋ ๆ โดยไม่ต้องซื้อตู้โชว์ราคาแพงมาใช้อีกด้วย ดังนั้นใครที่รู้ตัวว่ามีจานสวย ๆ ก็อย่าเก็บเอาไว้เฉย ๆ นะคะ เอาออกมาตั้งโชว์ประดับห้องกันดีกว่า

เห็น ไหมล่ะว่าวิธีจัดห้องสวย ๆ ไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงหรือใช้พื้นที่มากเสมอไปหรอก เพราะงบจำกัดก็ช่วยให้ห้องสวยได้เหมือนกัน ดังนั้นอย่าลืมลองเอาเทคนิคตกแต่งบ้านที่แนะนำวันนี้ไปใช้กันดูนะคะ

BY: http://www.kapook.com

 

ป้ายกำกับ:

จัดบ้านให้คลายร้อน

หลักง่ายๆ ในการจัดบ้านของคุณให้อยู่สบาย ไม่ร้อน และประหยัดพลังงาน เริ่มจากการปรับให้โล่ง โปร่งที่สุด เท่าที่จะทำได้ เพราะศัตรูตัวฉกาจ คือ ความร้อน ความอับทึบ ที่ต้องกำจัดออกไป

สร้าง หรือ ตกแต่งบ้าน ด้วยวัสดุที่กันความร้อนและความชื้นได้ดี

ติดกันสาด หรือแผงกันแดดให้บ้าน ช่วยป้องกันความร้อนและแสงแดดไม่ให้ส่องตรงเข้ามาในบ้าน และยังได้พื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้น

ปรับห้องต่างๆ ให้มีลักษณะโปร่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก มีการระบายความร้อนได้ดี

ทาสีผนังห้อง หรือเลือกวัสดุพื้น กรุผนังสีอ่อน เพื่อช่วยลดการสะสมความร้อน และช่วยสะท้อนแสงให้ห้องสว่างขึ้น

การวางตำแหน่งของห้องมีผลต่อการทำให้บ้านเย็นสบาย

ห้องนอนควรอยู่ทิศตะวันออก เพื่อหลีกเลี่ยงแดดช่วงบ่าย

ห้องเก็บของ ห้องซักผ้า ห้องน้ำ ห้องครัว ที่จอดรถ ควรอยู่ทางทิศตะวันตก เพื่อเป็นส่วนกันความร้อนให้กับพื้นที่ส่วนอื่นๆ ของบ้าน

ห้องพักผ่อน ห้องรับแขก ควรตั้งอยู่ทิศเหนือ เพราะจะถูกแสงแดดส่องในช่วงกลางวันน้อยกว่าทิศอื่นๆ อาจทำระเบียงและพุ่มไม้ เพื่อป้องกันแสงแดด

เปิดช่องรับแสงธรรมชาติ แทนการติดตั้งโคมไฟ

ไม่สร้างลานคอนกรีตรอบบ้าน เพราะเป็นตัวสะสม สะท้อน และคลายความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน ควรทำสนามหญ้า ปลูกต้นไม้คลุมดิน นอกจากช่วยให้ร่มรื่น สบายตา ยังช่วยป้องกัน ฝุ่นจากดินแห้ง หรือเลือกใช้บล็อกสนามที่หญ้าสามารถขึ้นได้

ปลูกต้นไม้ให้ร่มเงาแก่ตัวบ้าน ช่วยลดความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน ลดการทำงานของเครื่องปรับอากาศ

BY: http://www.thaihomeonline.com/

 
 

ป้ายกำกับ:

เทคนิคการเลือกผ้าม่านให้เหมาะสม

เทคนิคการเลือกผ้าม่านให้เหมาะสม

หน้าที่ของหน้าต่าง ช่วยให้แสงส่องผ่านเข้ามาในบ้าน แต่บางครั้งแดดแรงเกินไป ก็ต้องหาอะไรมาบังแดดบ้าง ที่สำคัญต้องสวยด้วย หน้าที่อย่างนี้ต้องให้ยกให้ ม่าน ทำหน้าที่แทนคุณแล้วล่ะ

หน้าต่างเป็นส่วนประกอบสำคัญคู่กับบ้าน ที่เป็นส่วนช่วยลดและเพิ่มแสงได้ในบางเวลาที่คุณต้องการ โดยผ่านวัสดุที่เลือกใช้ในการบังแสงแดดในยามที่บ้านต้องรับแสงแดดเต็มๆ

ผ้าม่านหน้าต่าง

ผ้าม่านหน้าต่าง

ผ้าม่านหน้าต่างเลือกให้เหมาะ

หน้าต่างเป็นส่วนประกอบหนึ่งที่มีอยู่คู่บ้าน รูปร่างหน้าตาก็ย่อมมีความแตกต่างกันไปตามลักษณะของตัวบ้าน เมื่อมีหน้าต่างหรือช่องแสงแล้วในบางครั้งเมื่อมีแสงสว่างมากเกิน ไป อย่างในช่วงบ่ายซึ่งเป็นช่วงที่อากาศร้อน และมีแสงสว่างมากกว่าช่วงอื่นของแต่ละวัน จำเป็นที่จะต้องหาวัสดุมาช่วยกรองหรือกั้นแสง แดดจากภายนอกให้ลดน้อยลง และวัสดุที่ว่านั้นก็คือ “ม่าน”นั่นเอง

นอกจากจะช่วยกันแสงแดดแล้ว ม่านยังให้ความเป็นส่วนตัวภายในบ้าน ซึ่งหน้าต่างหรือช่องแสงกระจกใสไม่สามารถช่วยได้

การเลือกแบบม่านที่จะให้เข้ากับลักษณะของการตกแต่งภายในนั้นอาจดูเป็นของง่าย เช่น ความคิดที่ว่าการเลือกสีของม่านควรให้เข้ากับสีของผ้าบุเฟอร์นิเจอร์ แค่นี้ก็เป็นอันใช้ได้

หากคิดแค่นี้ก็คงไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แต่การที่บ้านจะดูสวยงามได้นั้นนอกจากปัจจัยต่าง ๆ ที่ประกอบเข้ากันแล้วยังควรต้องคำนึงถึงบรรยากาศภายในบ้านที่จะช่วยส่งเสริมกันอีกด้วย

การทำม่านแต่ละแบบ จะขึ้นอยู่กับสไตล์ของเฟอร์นิเจอร์ และสภาพโดยทั่วไปของห้องด้วย แต่จะให้บอกเป็นกฎเกณฑ์ตายตัวว่า แบบม่านเช่นนี้ ต้องใช้กับเฟอร์นิเจอร์แบบนี้ ก็คงเจาะจงไม่ได้ เพราะเรามีการตกแต่งแบบผสมผสานกันระหว่างเก่ากับใหม่ หรือมีการประยุกต์ใช้กัน ตัวอย่างบางกรณีที่ไม่อาจจัดรวมกันได้ เช่น เฟอร์นิเจอร์อย่างหนึ่ง แบบม่านกลับไปเป็นอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งดูแล้วขัดตา ไม่สวย แถมยังใช้เงินเกิน ความจำเป็นด้วย

ผ้าม่านแบบทูโทน

ผ้าม่านแบบทูโทน

อย่างเช่นลักษณะของเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านของคุณเป็นแบบธรรมดา ๆ เป็นพวกเก้าอี้หวาย แต่คุณกลับไปเลือกม่านจับจีบห้อยระบายแบบหลุยส์ รวมทั้งชนิดของผ้าม่านและลวดลายของผ้าด้วย อย่างนี้เป็นสิ่งที่ไม่สามารถเข้าคู่กันได้ หรือคุณเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์แบบสมัยใหม่
แต่กลับไปเลือกผ้าม่านเป็นลูกไม้โปร่งแบบโบราณ ก็ไปกันไม่ได้อีกเช่นกัน

การเลือกแบบผ้าม่านให้เข้ากับสไตล์การตกแต่งก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะมันต่างก็เป็นองค์ประกอบที่จะทำให้เกิดความสวยงามและสมบูรณ์แก่บ้าน แต่ละสไตล์ก็จะมีแนวทางการทำผ้าม่าน ไม่เหมือนกัน เช่น แบบจีนหรือแบบตะวันออกนิยมทำเป็นม่านไม้ไผ่ (บางท่านเรียกมู่ลี่ไม้ไผ่) หรือบางท้องถิ่นก็จะใช้ผ้าที่ทอขึ้นมาเองที่มีใช้กันในท้องถิ่นเป็นผ้าม่าน หากเป็นแบบตะวันตกที่เป็นแบบ โบราณตามยุคสมัยต่าง ๆ ลักษณะของผ้าม่านก็จะแตกต่างกันไปบ้าง

ม่านไม้ไผ่ หรือ มู่ลี่ไม้ไผ่

ม่านไม้ไผ่ หรือ มู่ลี่ไม้ไผ่

BY: หนังสือ วัฏสาร อาคารและที่ดิน

 

ป้ายกำกับ: , , , ,

 
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.